ดูแลรองเท้าช่วงหน้าฝน

Share on

เมื่อฤดูฝนมาเยือน ก็ถึงเวลาที่เราจะเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการใช้ชีวิตในฤดูฝนกันแล้ว!
.
ไม่ว่าคุณจะชอบเดินป่าท่ามกลางความชุ่มชื้นของธรรมชาติ หรือวิ่งลุยน้ำฝนบนเส้นทางในเมืองในสวนหรือในป่า หรือแม้แต่จะเดินผ่านฝนเวลาไปทำงานหรือกลับบ้าน
ข้าวของเครื่องใช้ที่รับภาระหนักสุดในหน้าฝนก็น่าจะเป็น รองเท้า (ถ้าไม่นับรวมร่ม)
.
แล้วมันเกิดอะไรขึ้นบ้างกับรองเท้า เมื่อมันเปียก?

น้ำและความชื้นมีผลกระทบต่ออายุการใช้งานของรองเท้าทุกแบบอย่างมาก ดังนี้:

1. การเสื่อมสภาพของวัสดุ

น้ำและความชื้นสามารถทำให้วัสดุที่ใช้ในการผลิตรองเท้าเสื่อมสภาพได้อย่างรวดเร็ว:

  • วัสดุด้านบนรองเท้า (Upper): ผ้าหรือหนังที่ใช้ในการทำส่วนบนของรองเท้าอาจเกิดการเปื่อยหรือขาดง่ายเมื่อสัมผัสกับน้ำและความชื้นอย่างต่อเนื่อง
  • กาวที่ใช้ยึดติด: กาวที่ใช้ในการประกอบรองเท้าอาจสูญเสียความแข็งแรง ทำให้ส่วนต่าง ๆ ของรองเท้าเริ่มหลุดหรือแยกออกจากกัน
  • พื้นชั้นกลางเสื่อม: การที่รองเท้าอยู่ในความชื้นหรือน้ำเป็นระยะเวลานาน ทำให้พื้นชั้นกลางที่ผลิตมาจากยาง โฟม หรือ EVA เกิดสูญเสียโครงสร้างทางเคมี ทำให้เสื่อมในที่สุด เสียความยืดหยุ่นและไม่สามารถรองรับแรงกระแทกได้ดีเท่าเดิม

2. การเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย

ความชื้นสร้างสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการเจริญเติบโตของเชื้อราและแบคทีเรีย:

  • กลิ่นอับ: การสะสมของแบคทีเรียในรองเท้าที่เปียกน้ำหรือชื้นอาจทำให้เกิดกลิ่นอับไม่พึงประสงค์
  • ปัญหาสุขภาพ: เชื้อราอาจทำให้เกิดปัญหาผิวหนัง เช่น อาการคันหรือโรคผิวหนังอักเสบ

       ภาพรองเท้าวิ่งกาวเสื่อม อาจเกิดจากความชื้น หรือเหงื่อ

       ภาพพื้นชั้นกลาง(Midsole) เสื่อมจนแข็งกลายเป็นผง อาจเกิดจากความชื้นและการเก็บรักษา

       ภาพด้านในของรองเท้าเทรล ที่น้ำเข้าไปด้านในโดยเราไม่รู้ และทำให้พื้นที่ทำหน้าที่รับแรงกระแทกเสื่อม

       ภาพของพื้นรองเท้าเสื่อมจนหลุดร่อนออกจากกัน

วิธีป้องกันผลกระทบจากน้ำและความชื้น

  • การทำความสะอาดและตากแห้ง: ทำความสะอาดรองเท้าทันทีหลังจากวิ่งในฝน หรือเปียกเหงื่อ และตากให้แห้งในที่ร่มและอากาศถ่ายเทดี

    **หลายคนเลือกที่จะไม่ซักรองเท้าวิ่ง ซึ่งเป็นทางเลือกที่ผิดมากๆ เพราะปัญหาแรกที่เราจะเจอคือเรื่องแบคทีเรีย ที่จะทำให้เรามีโอกาสเป็นโรคผิวหนังได้ ตามมาด้วยกลิ่นที่ไม่พึงประสงค์ และปัญหาอื่นที่ตามมาจากการที่เหงื่อของเราค้างอยู่ในรองเท้า เหงื่อประกอบไปด้วยน้ำและเกลือ ซึ่งเป็นตัวทำลายล้างชั้นยอด ที่จะทำให้กาวและวัสดุของรองเท้า หมดอายุได้เร็วขึ้น
  • การเลือกที่เก็บที่เหมาะสม: เนื่องจากเมืองไทยมีอากาศร้อนชื้น ซึ่งร้อนตลอดปี เมื่อความร้อนทำงานร่วมกับความชื้นก็ยิ่งเป็นการเร่งให้รองเท้าเราพังได้ไวขึ้น การใส่รองเท้าทิ้งไว้หลังรถแล้วจอกรถตากแดดที่เราชอบทำกัน ก็อาจจะทำให้รองเท้าเสื่อมไวขึ้น ควรเลือกกล่องหรือชั้นที่มีอากาศถ่ายเทบ้าง จะเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุด
  • การสลับใช้รองเท้า: การมีรองเท้าสำรองและสลับใช้จะช่วยให้รองเท้าคู่ที่เปียกมีเวลาตากแห้งเต็มที่ ยิ่งช่วงที่ฝนตกทุกวัน เพื่อให้สุขภาพเท้าของเราห่างไกลจากแบคทีเรียที่ก่อให้เกิดโรค

      การดูแลรักษารองเท้าให้เหมาะสมหลังจากการใช้งานในสภาพอากาศเปียกชื้น จะช่วยยืดอายุการใช้งานของรองเท้า และรักษาประสิทธิภาพในการใช้งานให้คงอยู่ตลอดไป

ติดต่อเรื่องการซ่อมรองเท้า หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ที่

Share to your friend

Leave a Reply

ช่องทางการติดตามเคฟแมน