IP กับ IPX

IP กับ IPX คืออะไรจำเป็นต้องมีไหม?

        หลายคนอาจจะได้ยินคำว่า IP เท่านู้น IPX เท่านี้ ตามสินค้าทั้งสมาร์ทโฟน ไฟคาดหัว หูฟัง นาฬิกา หรือแม้กระทั่งเสื้อผ้าเครื่องประดับที่ใช้ในการออกกำลังกาย ผ่านทางสื่อต่าง ๆ  

        แล้วมันต่างกันยังไงล่ะ ?

        IP ย่อมากจาก Ingress Protection Marking คือมาตรฐานบอกถึงระดับการป้องฝุ่นและน้ำของสินค้า ส่วนตัว X ใช้สำหรับระบุแทนที่ด้วยตัวเลข โดยมีตัวเลข 2 หลัก คือตัวหน้าและตัวหลัง บอกระดับที่สามารถป้องกันได้ เช่น IP57 , IP68

        เลขตัวหน้า (หลักที่ 1) เป็นเลขแสดงความต้านทานต่อของแข็ง มีค่าเริ่มตั้งแต่ 0 ถึง 6และอาจมีมากขึ้นในอนาคต
เลข0x หมายถึง ไม่สามารถป้องกันของแข็งได้เลย
เลข1x หมายถึง ป้องกันจากของแข็งที่มีขนาดใหญ่กว่า 50mm ขึ้นไป เช่น มือ ฯลฯ
เลข2X หมายถึง ป้องกันจากของแข็งที่มีขนาดใหญ่กว่า 12mm ขึ้นไป เช่น นิ้วมือ ฯลฯ
เลข3X หมายถึง ป้องกันจากของแข็งที่มีขนาดใหญ่กว่า 2.5mm ขึ้นไป เช่น ไขควง ฯลฯ
เลข4X หมายถึง ป้องกันจากของแข็งที่มีขนาดใหญ่กว่า 1mm ขึ้นไป เช่น ลวด สายไฟ ฯลฯ
เลข5X หมายถึง ป้องกันฝุ่นละออง แต่ต้องเป็นฝุ่นละอองของสารที่ไม่ทำให้เกิดอันตราย
เลข6X หมายถึง ป้องกันฝุ่นละออง แต่ต้องเป็นฝุ่นละอองของสารที่เกิดอันตราย หรือกัดกร่อนได้

        เลขตัวหลัง (หลักที่ 2 ) เป็นตัวชี้วัดความต้านทานต่อของเหลว ทั้งแบบหยดน้ำ จุ่มน้ำ และน้ำที่มีแรงดันสูง ค่าจะเริ่มตั้งแต่ 0 ถึง 9K และอาจจะมีเพิ่มในอนาคต
เลขx0 หมายถึง ไม่สามารถกันน้ำได้เลย
เลขx1 หมายถึง การป้องกันหยดน้ำ หรือ น้ำกระฉอกในแนวตั้งได้เล็กน้อย
เลขx2 หมายถึง การป้องกันหยดน้ำกระเซ็นหรือหยดใส่ตัวสินค้า ในมุมเฉียงไม่เกิน 15องศาได้
เลขx3 หมายถึง ป้องกันจากฝนที่ตกกระทบ 60องศาในแนวดิ่ง
เลขx4 หมายถึง ป้องกันจากน้ำกระเซ็นได้ทุกทิศทาง (ไม่นับการแช่ลงไปในน้ำเป็นเวลานานๆ)
เลขx5 หมายถึง ป้องการการฉีดน้ำจากสายยางแรงดันต่ำได้อย่างน้อย 3นาที
เลขx6 หมายถึง ป้องการการฉีดน้ำจากสายยางแรงดันสูงอย่างน้อย 3นาที
เลข6K หมายถึง  ป้องกันน้ำจากการฉีดแรงดันสูงที่ตัวอุปกรณ์ได้จากทุกทิศทาง
เลขx7 หมายถึง ป้องกันการแช่น้ำลึกไม่เกิน 1เมตร ได้ 30นาที
เลขx8 หมายถึง ป้องกันการแช่น้ำลึกมากกว่า 1เมตร แบบต่อเนื่อง
เลข9K หมายถึง ป้องกันน้ำจากการฉีดแรงดันสูงพิเศษที่ตัวอุปกรณ์ได้จากทุกทิศทาง ที่อุณหภูมิน้ำสูงสุด 80 °C

        หลายคนอาจจะแอบบ่นว่า ใครจะมาจำได้ เรามีวิธีจำง่ายๆมาบอกคือ ยิ่งค่าเลขสูงยิ่งอึด เช่น
        – Headlamp อันหนึ่งมีค่าทนทานต่อของแข็ง(ฝุ่น)บอกว่า IP2X กับอีกอันหนึ่ง บอกไว้ว่า IP5X แน่นอนว่า IP5X ย่อมทนทานต่อของแข็ง(ฝุ่น)ได้มากกว่า IPX2
        – Headlamp อันหนึ่งมีค่ากันน้ำบอกว่า IPX7 กับอีกอันหนึ่ง บอกไว้ว่า IPX2 แน่นอนว่า IPX7 ย่อมกันน้ำได้มากกว่า IPX2
        – เริ่มยากขึ้น Headlamp อันหนึ่งมีค่า IP67 กับอีกอันหนึ่งมีค่า IPX5
          เมื่อดูเลขหลักที่ 1 เอา 6 เทียบกับ X แน่นอนว่า IP67 มีค่าทนทานต่อของแข็งมากกว่า IPX5
          เมื่อดูเลขหลักที่ 2 เอา 7 เทียบกับ 5 แน่นอนว่า IP67 มีค่าต้านทานต่อของเหลวงมากกว่า IPX5

        แล้ว Headlamp ที่เราใช้สำหรับวิ่งกัน เราควรจะเลือกการป้องกันฝุ่นและน้ำในระดับไหนดี
        อาจจะต้องถามย้อนกลับถึงความต้องการของเรา ว่าต้องการการป้องกันที่ระดับไหน จะใส่ Headlamp นี้ในการวิ่งลุยฝนไหม ฝนหนักระดับไหน เพราะการที่เราเลือก Headlamp ที่สเปคสูงกว่าระดับที่เราต้องการก็จะตามมาด้วยราคาที่สูงขึ้นแน่นอน
        สมมุติว่าเรามีโอกาสที่จะต้องใส่ Headlamp นี้ลุยฝน การเลือก IPX7 ก็ย่อมดีกว่า IPX2
        ถ้าเรามี IPX7 ให้เลือกกับ IP67 ทั้ง2 แบบมีค่าการกันน้ำที่เท่ากันเมื่อดูเลขหลักที่2 แต่ IP67 จะกันฝุ่นผงได้มากกว่า แล้วในการวิ่งมีความจำเป็นกับค่ากันฝุ่นหรือป่าว ในบางโอกาสถ้าวิ่งเทรลก็อาจจะเจอฝุ่นหรือโคลน ซึ่งถ้าเกิด Headlamp หล่นลงไปก็อาจจะเสียหายได้

Leave a Reply