Kånken: A history

บทความแปล

Share on

กระเป๋ารุ่นยอดนิยมจากแบรนด์ Fjällräven ชื่อรุ่นว่า Kånken ด้วยความเรียบง่ายและทนทาน ทำให้เป็นที่นิยมไปทั่วโลก
 

       หากวันนี้เราเดินทางไปที่ต่างๆและมองไปรอบๆบนหลังของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นในเมือง บนชายหาด ในป่า ในทุ่งกว้าง หรือแม้แต่บนรถไปบนรถประจะทาง เราจะต้องได้เห็น Kånken หรือKånken รุ่นอื่นๆ
       มันเป็นแบบนี้ได้อย่างไร ที่ทำให้ Kånken แพร่หลายจนมาถึงทุกวันนี้ นี่คือเรื่องราวของการแก้ไขปัญหา การใช้จินตนาการ การคิดค้นนวัตกรรม รวมถึงความดื้อรั้นอีกด้วย เหมือนเช่นเรื่องราวดีๆต่างๆ มันจะเป็นการดีอย่างที่สุดหากเราย้อนกลับไปที่จุดเรื่องต้นของเรื่องราว

      ในปี 1970 มีการทำสถิติเอาไว้ว่า กว่า 80% ของประชากรชาวสวีดิช ต้องทุกข์ทมกับปัญหาของอาการปวดหลังจนส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ แต่ที่น่าเป็นกังวลจากตัวเลขข้างต้นคือ ปัญหาการปวดหลังนี้มีปรากฎในกลุ่มคนที่อายุน้อยและกลุ่มเด็กนักเรียนด้วย ปัญหาหนึ่งอาจมาจากกระเป๋าแบบสะพายหลัง กระเป๋าแบบสะพายหลังเป็นที่นิยมมากในหมู่เด็กนักเรียนในเวลานั้น บรรดาผู้เชี่ยวชาญต่างมองตรงกันว่า หากลดน้ำหนักที่กระเป๋ากดทับลงบนบ่าลงได้ และกระจายน้ำหนักนั้นไปที่บ่าทั้งสองข้าง ก็จะช่วยลดโอกาสในการอาการปวดหลังลงได้

      Åke Nordin ผู้ก่อตั้งแบรนด์ Fjällräven ได้เล่าถึงเรื่องราวที่เขาได้พัฒนากระเป๋ารุ่นนี้ว่า เขาตัดสินใจที่จะออกแบบรูปทรงของกระเป๋าสะพายหลังให้เป็นทรงสี่เหลี่ยม เพื่อให้เด็กๆมีพื้นที่กระเป๋ามากที่สุดในการที่จะใส่หนังสือเรียน อุปกรณ์การเรียน และกระดาษ (ขนาดพอๆกับแฟ้ม A4 2 แฟ้ม) ทำให้เกิดเป็นกระเป๋าต้นแบบใบแรกขึ้น คุณÅke Nordin เลือกที่จะใช้ผ้าที่มีความทนทานสูง สายสะพายหลังเลื่อนลงมายึดกับตัวปรับสายโดยที่ไม่เลื่อนออก

       และส่วนที่ดีที่สุดของกระเป๋าใบนี้ก็คือ กระเป๋าสะพายหลังช่วยให้เด็กๆ มีมือว่าง ทำให้พวกเขาสามารถทำกิจกรรมต่างๆได้อย่างเต็มที่

      แต่ก็มีอีกหนึ่งปัญหาที่ คุณÅke ประสพ ก็คือ เขาไม่รู้จะตั้งชื่อกระเป๋าสะพายหลังที่เขาได้ออกแบบมานี้ว่าอะไรดี ในระหว่างวันหยุดเขาได้ร่วมคิดชื่อกับน้องชายที่ทำงานในบริษัทหนังสือพิมพ์ของประเทศสวีเดน จนได้ชื่อว่า Kånken (คังเคน) ซึ่งเกิดจากการเล่นคำในภาษาสวีดิชคำว่า “kånka” ซึ่งแปลว่า การลากพาสิ่งของไปรอบๆ

      กระเป๋าสะพาย Kånken ใบแรกจึงได้ถูกผลิตขึ้นภายใต้ความช่วยเหลือและคำแนะนำจากไกด์ชาวสวีดิชและสมาคมลูกเสือ ทำให้สามารถวางจำหน่ายได้ทันในการเปิดฤดูการศึกษาปี 1978 เป็นที่มันคุ้มค่ากับการลงทุนนี้ คุณÅke ตัดสินใจผลิตกระเป๋าสะพาย Kånken 5000 ใบในล๊อตแรก แต่มีเพียงร้านค้าเดียวที่สนใจซื้อสินค้าของเขาแค่ 75 ใบ เขาและน้องชายรับรู้ความเสี่ยงนี้ดี จึงตัดสินใจลงเรื่องราวของการออกแบบและการที่กระเป๋าสะพาย Kånken ได้ช่วยแก้ปัญหาการปวดหลังของเด็กๆลงในสื่อต่างๆในสวีเดน ส่งผลให้เขาขาย Kånken ได้ถึง 200 ใบในปีแรกและขายได้เพิ่มเป็นทวีคูณถึง 30,000 ใบในปีถัดมา กล่าวได้ว่าเป็นความสำเร็จของกระเป๋าสะพาย Kånken ก็ว่าได้

สิ่งที่ท้าทายใหม่....ก็คือสี?

       เมื่อหลังของเด็กๆในสวีเดนและเดนมาร์กต่างเต็มไปด้วยกระเป๋าสะพาย Kånken จนเรียกได้ว่าเป็น Scandinavian icon ไปแล้ว และในเดือนมกราคมปี 2006 ในการเยี่ยมโรงงานผู้ผลิตในโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น CEO คนใหม่ของ Fjällräven ในเวลานั้น คุณMartin Axelhed ได้เสนอไอเดียให้เพิ่มสีสันบนกระเป๋าสะพาย Kånken กับคุณÅke
       ในเวลานั้นกระเป๋าสะพาย Kånken ที่วางจำหน่ายอยู่มีเพียงไม่กีสี ในปี 2008 ซึ่งเป็นปีที่กระเป๋าสะพาย Kånken ถือกำเนิดครบ 30ปี ก็เป็นปีแรกที่ได้ทำการวางจำหน่ายกระเป๋าสะพาย Kånken แบบหลากสี โดยแต่ละสีบ่งบอกความเป็นตัวตนและลักษณะเฉพาะของผู้ใช้แต่ละคน แต่ “ทำไมไม่มีสีชมพู?” เป็นคำถามที่เกิดขึ้นจากภรรยาของคุณMartin Axelhed CEO ในเวลานั้น
       ใช่แล้วเพราะ กระเป๋าสะพาย Kånken ยังยึดติดกับความเป็น tradition จนเกินไป ทำให้ไม่เคยสนใจเฉจสีอื่นๆอย่างเช่น สีชมพู เลย หลังจากนั้นเป็นต้นมา ถือเป็นการขยายขอบเขตของกระเป๋าสะพาย Kånken ออกไปอีกขั้น

Pop(ular) art.

 

       กระเป๋าสะพายหลัง Kånken  ได้เริ่มการผจญภัยใหม่ในปี 2007 เมื่อลูกชายของÅke ชื่อ คุณMartin Nordin ได้พากระเป๋าสะพายหลัง Kånken ข้ามไปวางขายในประเทศสหรัฐอเมริกาได้สำเร็จ และยังไม่พอตัวกระเป๋าได้ถูนำรูปไปลงในนิตยสารและถูกนำไปถ่ายแบบร่วมกับดารานักแสดง และ บรรดาเซเลบิตี้ต่างๆ ซึ่งทำให้กระเป๋าสะพายหลัง Kånken ถูกกระจายออกไปยังกลุ่มลูกค้ากลุ่มใหม่ ผู้คนเริ่มใช้ Kånken เป็นการแสดงตัวตน ผู้คนที่ชื่นชอบแบรนด์ และแฟนๆ ต่างเริ่มโพสต์เรื่องราวและรูปภาพลงบนโซเชียลมีเดียมากขึ้นเรื่อยๆ
       จากปี 2010 ถึงปี 2017 ยอดขายของ Kånken เติบโตขึ้นถึง 10เท่า การเปลี่ยนแผนมาสร้างความเฉพาะตัวและใช้ดีไซน์ที่เรียบง่ายทำให้ Kånken และแบรนด์ Fjällräven ก้าวสู่การเป็นแบรนด์ในระดับโลก ในขณะเดียวกันในระหว่างปี 2016 สมาคมดีไซน์แห่งสวีดิชได้ผลักดันให้ Kånken เป็น piece of utility art และมีลิขสิทธิ์คุ้มครองดูแลผลิตภัณฑ์

Supporting the environment through innovation.

       ภายใต้ความนิยมของ Kånken แบรนด์ Fjällräven ได้ผลักดันให้ Kånken กลายเป็น ต้นแบบในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อการต่อยอดสินค้า

       ตัวอย่างเช่น ในปี 2016 ได้มีการพัฒนาสินค้าที่ชื่อว่า Re-Kånken โดยใช้แนวคิดที่ว่า ทำอย่างไรให้ใช้วัสดุ และพลังงานให้น้อยที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ โดยใช้วัสดุรีไซเคิลจากขวด PET และใช้สีที่ได้จากเทคโนโลยี Spin-Dye® technology ซึ่งมีความยั่งยืนมากกว่า

       ในปี 2019 ได้มีการวางจำหน่าย Kånken Art series ภายใต้ป้ายสินค้า Arctic Fox Initiative ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหากำไรที่แบรนด์ Fjällräven จัดตั้งขึ้นเพื่อปกป้องสิ่งแวดล้อมและเชื้อเชิญให้ทุกคนได้เข้าหาธรรมชาติ
       โดยในแต่ละปี Kånken Art จะได้รับความร่วมมือกับศิลปินชาวสวีดิช ใช้กระเป๋าสะพายหลัง Kånken เป็นเหมือนผืนผ้าใบในการถ่ายทอดงานศิลปะเพื่อสะท้อนความสัมพันธ์กับธรรมชาติ

      ล่าสุดกับการพัฒนาอย่างต่อเนื่องของ  ผลิตภัณฑ์ Kånken ภายใต้ชื่อ “Tree-Kånken” โดยแผนก R&D ของ Fjällräven ได้เริ่มทดสอบและค้นคว้าหาวัสดุแบบใหม่ที่ผลิตมาจาก fossil-based และ plant-based ได้เป็นเส้นใยจากเส้นใยต้นสน ซึ่งนำออกมาใช้ในการผลิตในช่วงฤดูร้อนปี 2021 โดยเส้นใยนี้ผลิตด้วยวัสดุและต้นไม้ในสวีเดนเท่านั้น

My Kånken, my way.

       ในกลุ่มคนที่ใช้กระเป๋าสะพาย หลายๆคนมีการวาดภาพ ระบายสี ติดเข็มกลัด เพื่อให้เป้ใบนั้นๆแสดงความเป็นตัวเองมากที่สุด Kånken เปิดโอกาสให้แต่ละคนสามารถสร้างกระเป๋า Kånken ของตัวเองได้ด้วยการเลือกชิ้นส่วนมากถึง 14 สีและ เลือกส่วนประกอบกว่า 15 ชิ้นส่วน ทำให้เกิดการผสมผสานของดีไซน์กมากกว่า 1ล้านล้านแบบ ทำให้ทุกๆ Kånken ไม่ซ้ำใคร

    ในทุกๆปีความนิยมต่อ Kånken ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง แต่แก่นแท้ของการออกแบบกระเป๋าสะพายหลัง Kånken ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง นั่นคือ เป็นกระเป๋าที่มีดีไซน์เรียบง่าย ไม่ล้าสมัยแม้เวลาผ่านไป เพื่อใช้บรรจุสัมภาระต่างๆ

       สำหรับลูกค้าที่สนใจสินค้าจากแบรนด์ Fjällräven ทั้งกระเป๋าสะพายหลัง Kånken หรือจะเป็นกระเป๋ารุ่นอื่นๆ สามารถติดตามสินค้าหรือลองสินค้าจริงได้ที่ร้านเคฟแมน

สนใจซื้อสินค้า Fjällräven ดูได้ที่ LINK

บทความต้นฉบับ

Share to your friend

Leave a Reply

ช่องทางการติดตามเคฟแมน